ผลสอบเกรด 5

posted on 22 Dec 2009 21:11 by jenniepoko

นั่งอยู่บนแท๊กซี่กับแม่ขณะที่วันนี้ไปเอาชุดครุยที่ท่าพระจันทร์เตรียมรับปริญญาเดือนหน้า แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า วันนี้ครูจะไปเอาผลสอบ ไม่ทันไร เสียง sms ก็ดังขึ้น กดดูคะแนนเสร็จปุ๊ป

Piece 1 - Valse 16/22

Piece 2 - Menuet & Trio 14/22

Piece 3 - Sonatina 16/22

Scales/ Exercises - 10/14

Sight Reading - 6/10

Aural Test - 6/10

PASS 68/100

เอาจริง ๆ เลยนะ จิตตก บ่นกับแม่ว่าทำไมมันได้แค่นี้เอง แต่ก็ได้คำตอบมาว่า ความสามารถมีแค่นี้ เอามากกว่านี้มันเป็นไปไม่ได้ เท่าไหร่ก็เท่านั้นแหละ พ่อกับแม่ไม่เคยซีเรียสเรื่องผลสอบของเจนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยอมรับในสติปัญญามาตลอด ไม่เคยบังคับว่าต้องได้เท่านั้นเท่านี้ แล้วก็ยังบ่นไม่หยุดว่าแม่ดูดิผ่านมา 8 คะแนน แล้วแม่ก็บอกว่า ได้แค่นี้ก็โอเคแล้ว ถ้าตกสิ แม่จะด่าว่าพยายามไม่พอ ซึ่งสรุปแล้ว ความรู้สึกผิดมันไม่ใช่มาจากพ่อแม่แต่มันเป็นที่ standard บ้า ๆ ที่เจนสร้างขึ้นมาเอง 

ยังไม่หายคาใจนะ โทรหาพี่รุ่ง เพื่อนร่วมชะตากรรมสอบวันนั้น พี่รุ่งฟอร์เวิดคะแนนมาให้ดูเลยได้ 71 คะแนน คะแนนพีสดีกว่ามาก ส่วนอันอื่น ๆ ห่างกันนิดหน่อย anyway ก็ดีใจกับพี่ด้วย :)

สารพัดเหตุผลจะหามาปลอบใจตัวเอง เนื่องจากว่าเป็นโรคจิตเล็ก ๆ ที่เวลาได้ทำอะไรลงไปแล้ว มันต้องออกมาดีที่สุด ประมาณ Perfectionist แต่ดั๊น ศักยภาพด้านการเล่นเปียโนมันไม่เป็นอย่างนั้น เทียบกับตอนเรียนหนังสือแล้วเกรดออกมา C หรือ C+ อย่างนี้ แทบบ้า เพราะ ไม่เคยมีซีมาเป็นราคีในทรานสคริป จนไปคุยกับอาจารย์ อาจารย์ถามว่า Is it important that you must have only A and B in your grade ? ถึงเข้าใจว่า Ok, it's not really that much. ก็ทำใจได้เพราะคำนี้

เหมือนกันกับคราวนี้เลย ก็มันสติแตกนี่หว่า เอาจริง ๆ ก็รู้ชะตากรรมตั้งแต่ตอนออกจากห้องสอบแล้ว ก็ยังจะหวัง 70 อัพ ซึ่งออกมาแค่นี้ สมควรกับฝีมืออยู่แล้ว เพิ่งจะมาจริงจังได้ปีเดียว แถมตอนแรกครูจะให้แค่เกรด 3 พี่กี้ไปช่วยบิ๊วว่า ให้สอบ 5 เถิด ครูคงหนักใจว่าจะไหวมั๊ย แล้วเราก็เตรียมสอบกันปีนึงเต็ม ๆ สุดท้าย ผลออกมาว่า ผ่าน แต่แค่ผ่านไม่ได้ดีอย่างที่หวัง ก็แค่นั้นเอง

แต่สิ่งที่ดีใจกับการสอบครั้งนี้ก็มีนะ เพราะว่า ระหว่างทางที่ได้เตรียมตัวในการสอบครั้งนี้ ปีนึงเต็ม ๆ มันสอนอะไรหลาย ๆ อย่าง สกิลที่มันไม่เคยมี มันเริ่มค่อย ๆ มา จากที่เมื่อก่อนนี้ จำได้แต่ว่า โน้ตบรรทัดห้าเส้นเห็นแล้วเครียดเลย แต่เด๊วนี้ เห็นแล้วมันรุ้สึกว่าอยากลองงมดู ว่าเพลงนั้นเพลงนี้จะเพราะมั๊ยนะ บวกกับสกิลอะไรหลาย ๆ อย่างที่ไม่เคยได้รู้ มันมาพร้อมกับการเตรียมสอบ การได้ไปสอนเด็ก และ คอนเสิตต่าง ๆ ที่เล่นมา แม้ว่าทุกครั้งที่เล่น มันก็ผิดทุกครั้ง บางครั้งแก้ปัญหาได้บ้าง บางครั้งแก้ไม่ได้บ้าง แต่อย่างน้อยมันก็เป็นความทรงจำที่ดีที่ได้ลองทำ  

ว่าจะลองให้อภัยตัวเองแล้วค่อย ๆ เลิกเป็น Perfectionist บ้าบออะไรนี่ซะที บางทีใจอาจจะสงบสุขขึ้น แต่ลึก ๆ แล้วความเป็นครูมานานมันฝังอยู่ในเซเรบรั่มว่า ถ้าทำแล้วไม่ได้ดี จะทำทำไม นะ เพราะทุกอย่างที่ทำ แทบจะไม่มีเลยที่ถ้าได้ทำจริง ๆ แล้ว จะทำเล่น ๆ ที่สำคัญเสือกชอบหลายอย่าง ทำหลายอย่าง จะไม่โฟกัสอะไรสักอย่างเลย ... บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนมุมมองให้เข้ากับสถานการณ์บ้าง

ยังไงก็ตาม บ่นมามากมาย ยังไงก็จะเดินต่ออยู่ดี เกรด 6 เกรด 7 เกรด 8 และต่อ ๆ ไป

ไม่รู้นะว่าครูรู้สึกยังไงกับผลสอบคะแนนห่วยแตกแบบนี้ แต่เจนลองมาเทียบกับความรู้สึกตัวเองที่ติวสอบนร. แล้วมันตกพรวด 6-7 วิชา หรือมันมาบอกว่า ทำไม่ได้เลย ครูสอนแล้วแต่ทำไม่ได้ สิ่งที่รู้สึกคือ ท้อแท้ใจ แต่ความพยายามยังไม่หมดไปหรอกนะ ก็พยายามหาวิธีสอนใหม่ ๆ อยู่เรื่อย ๆ จนกว่านร.จะถึงฝั่ง แต่เจนเอง พอนร.ทำไม่ได้ อยากจะบอกว่า ไม่ใช่แค่หนูที่ผิดหวัง ครูเจนเองก็ผิดหวังและท้อแท้ไม่แพ้กัน เพราะถ้าครูจุดไฟตะเกียงนำทางให้แล้ว หนูไม่เดินเองครูก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้วเหมือนกัน   

 แต่ถ้าครูผ่านมาอ่าน ครูห้ามมาท้อกับเจนนะ เพราะเจนยังจะเดินต่อและยังไม่เลิกง่าย ๆ แน่ 

คอนเสิต @ ดุสิต ปริ๊นเซส

posted on 22 Nov 2009 16:45 by jenniepoko

ผ่านไปแล้วกับคอนเสิตที่รอคอยว่าจะได้เล่นนอคเทิน แต่สุดท้ายมาจบที่บาค แล้วก็จบชีวิตกับบาคเพลงนี้เลย เพราะว่าเป็นคนที่เล่นพลาดที่สุดของวันเลยจริง ๆ ดันไม่ได้เอาโน้ตไปด้วย พอผิดก็ต่อไม่ถูก เพลงอย่างนี้มั่วไม่ได้เลย เพราะพยายามมั่วแล้วไม่รอด ต้องเริ่มใหม่ วันนี้เหมือนไปซ้อมให้คนดูฟังมาก ๆ เละที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา จริง ๆ การเล่นต่อหน้าคน ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคย ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ทำไมเละได้ซะขนาดนี้ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะสติแตก แม้เพื่อน ๆ จะพยายามปลอบใจนะว่า บาคมันยากนะแก มั่วไม่ได้ ... อย่าว่าแต่จะเล่นให้เพราะเลย เล่นให้ถูกยังไม่ค่อยจะรอด

อย่างที่บอกว่า เวลาขึ้นคอนเสิต มันก็ไม่ได้อยู่ที่การเล่นถูกผิดเสมอไป แต่มันอยู่ที่ว่าจะคุมสติแล้วเล่นให้จบได้ยังไง เล่นผิดก็เป็นเรื่องธรรมชาติ ของคนที่ซ้อมไม่เยอะพอ ไม่ได้เรียกว่าซ้อมน้อยนะ ก็ไม่ได้ซ้อมน้อย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับอารมณ์และสมาธิเป็นหลักสินะ เพราะเล่นที่บ้านไม่มีอะไรกดดันมันก็เล่นได้อยู่แล้ว แต่วันนี้อย่างน้อยก็ได้บทเรียน

ขึ้นเวทีกับหัวสมองที่ Totally Blank โน้ตเริ่มตรงไหน ต้องกดตัวอะไรบ้าง ไม่เหลืออยู่ในเซเรบรั่มของเจนเลย แอร์เย็นเจี๊ยบ บวกกับ เปียโนและบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย แสงไฟสาดเข้ามาขณะที่เล่น แม้ในใจจะคิดว่า อย่าไปกลัว ไม่ผิดหรอก จิตใต้สำนึกมันก็ยังตะโกนอยู่ว่า ระวังนะท่อนนี้ จะผิดแล้ว!! แล้วมันก็ผิดจริง ๆ อย่างที่ครูบอกว่า เหมือนขับรถเล็งเสาไฟฟ้า T T

ปีที่แล้วเรียนเรื่อยเปื่อยไม่ค่อยจริงจัง เลยซิ่วรางวัลนักเรียนพัฒนาการดีเด่นไป แต่ปีนี้ ด้วยความมุ่งมั่น ก็เลยได้กระเป๋ามิกกี้เมาส์สีทองมา ว่าจะทำเป็นกล่องดินสออันใหม่ จะใหญ่พอมั๊ยไม่รู้ ... ปีที่แล้ว พี่กี้ก็ได้ และ ใคร ๆ อีกหลาย ๆ คนก็ได้นะ ในใจก็แอบคิดว่า ก็อยากได้เหมือนกัน แล้วอยากได้ก็ต้องทำตัวอย่างนี้ล่ะ แล้วก็ได้บ้างแล้ว เย้ แม้จะไม่มากมาย แต่มันมีความหมาย กิ้ววว

Ok.. what's really in my mind ...

When it's time to perform, it's almost impossible to feel like home ... though i the words "I'm gonna make it" still in my mind. Confidence was a bit missing there anyway.

While on stage, the weather were very cold with the feeling of everything I practised so hard left away and left me alone with that 2-million elegant grand piano.

จะโทษเพลงว่า เพลงมันยาก เปียโนมันไม่คุ้น ก็ไม่ใช่เรื่อง แม่บอกว่า นี่รำไม่ดีโทษปี่โทษกลองรึป่าว

Going home with a bit depression of what i've done today ... i rarely feel this way after any concert ... I know all mistakes on stage has been already forgotten but it's still here ... repeating over and over ...  

Does "Confidence" sometimes mean to "Superiority" ??? I'm not sure about that but today i have both lesser than usual

anyway, PRACTICE MORE and MORE is gonna help me next time. :)

What a great experience and mistake today

สอบวันที่ 4 ธันวานี้ตอนประมาณ 9 โมงเช้า ... ก็หวังว่า มันผิดและตื่นเต้นที่คอนเสิตไปแล้ว ตอนสอบมันก็คงจะไม่ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรอกนะ i hope everything's gonna be fine ... there'll be just me and examiners

ปล. ขอขอบคุณครูเต้ และ พี่หลิน มาก ๆ สำหรับทุกอย่างในวันนี้ค่ะ :) i'll keep improving my skills ... but no more Bach please

กลับมาจริงจังใหม่

posted on 16 Oct 2009 19:41 by jenniepoko

กลับมาใหม่ หลังจากหยุดซ้อมจริงจังไปเดือนนึงได้ แต่ก็ซ้อมทุกวันนะ

เพียงแต่ไม่ได้ซีเรียสเหมือนตอนนู้น ทีนี้จะมาเริ่มใหม่ ฮึดสุดท้ายก่อนสอบ

เหลือเวลาอีก 48 วัน ... นับจากพรุ่งนี้ จะถึงวันสอบแล้วนะ

จริง ๆ ตั้งแต่ต้นปีที่ซ้อมมาขนาดนี้ ถึงตอนนี้ ทำไมรู้สึกว่า เอ๊ะ ก็สอบนิดเดียวนี่นา

แต่สิ่งที่ดูเยอะก็คือ กว่าเพลงสามเพลงจะเข้าร่องเข้ารอย ใช้เวลาแรมหลายเดือน

อ่านจากเวปครูแล้ว ครูให้แบ่งชม.นึง โฟกัสเป็น ช่วง ๆ ช่วงละ 15 นาที

แต่ยังไม่ได้ทำตามนั้น วันนี้ เล่นครบแล้วชม.นึง ติดตรง เพลง Sonatina

แล้วก็ exercise ที่สามที่ เครซเชนโด้ไม่ได้ซะที แค่นั้น ... แต่เด๊วมันต้องได้

ฝึกไซท์รีดไปด้วยนะวันนี้ แต่ไม่รู้ว่า ตัวเขบ็ดปะจุด จะนับยังไงล่ะนี่ เพราะทุกทีก็กะเอา - -

ส่วน หนึ่ง และ สอง และ สาม และ สี่ และ นั้น เริ่มเข้าใจ

ฝึกไซท์รีดสนุกอ่ะ ได้ยินทำนองอะไรใหม่ ๆ เยอะไปหมด ชอบบ้างไม่ชอบบ้าง

เสียดายที่บ้านทำไมมีโน้ตคลาสสิคน้อย (บ่นอย่างนี้ แค่เปียโนพีส กะ เชอร์นี่ ก็ยังเล่นไม่หมด)

สเกลยังไม่ได้เล่น ... มีเพิ่มมาอันนึงที่ไม่คุ้นเลย คือ Eb สามแฟลต นอกนั้นพองม ๆ ได้อยู่

สรุปวันนี้ ฝึกไซท์รีด สนุกสุด  พรุ่งนี้ เริ่มวันแรกนับถอยหลัง ...